วันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2555

การบ้านประจำสัปดาห์ ส่งภายในวันเสาร์ที่ 30 มิ.ย. 2555


การบ้านประจำสัปดาห์ ส่งภายในวันเสาร์ที่ 30 มิ.ย. 2555
แบบฝึกหัดระหว่างเรียน

1. การเสริมแรง (Reinforcement) หมายถึงอะไร สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในงานเทคโนโลยีการศึกษาได้อย่างไร

ตอบ คือการทำให้ความถี่ของพฤติกรรมเพิ่มขึ้น อันเป็นผลเนื่องมาจากผลกรรมที่ตามหลังพฤติกรรมนั้น โดยสามารถนำมาใช้กับเทคโนโลยีการศึกษา เช่น อาจารย์ให้นิสิตไปต่อเครื่องฉาย เมื่อต่อเสร็จแล้วติดไม่บกพร่อง อาจารย์ก็อาจจะให้คำชมเพื่อเป็นการเสริมแรงให้นิสิตคนนั้น

2. ทฤษฎีทางจิตวิทยาสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในเทคโนโลยีการศึกษาได้อย่างไร

ตอบ คือ การผลิตสื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอนจะใช้ทฤษฎีการเรียนรู้พฤติกรรมนิยม (Behavioral Learning Theory)ใช้ในการออกแบบและพัฒนาบทเรียนโดยใช้ทฤษฎีของกาเย่ ( Gagne ) ทฤษฎีการเรียนรู้ 8 ขั้น ดังนี้

- สร้างแรงจูงใจให้ผู้เรียนเกิดความสนใจในบทเรียน 

- แจ้งจุดประสงค์ บอกให้ผู้เรียนทราบถึงผลการเรียน เห็นประโยชน์ในการเรียน ให้แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียน 

- กระตุ้นให้ผู้เรียนทบทวนความรู้เดิมที่จำเป็นต่อการเชื่อมโยงไปหาความรู้ใหม่ เสนอบทเรียนใหม่ๆ ด้วยสื่อต่างๆ ที่เหมาะสม 

- ให้แนวทางการเรียนรู้ ผู้เรียนสามารถทำกิจกรรมด้วยตนเอง ผู้สอนแนะนำวิธีการทำกิจกรรม แนะนำแหล่งค้นคว้าต่างๆ 

- กระตุ้นให้ผู้เรียนลงมือทำแบบฝึกปฏิบัติ 

- ให้ข้อมูลย้อนกลับ ผู้เรียนทราบถึงผลการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ 

- การประเมินผลการเรียนตามจุดประสงค์ 

- ส่งเสริมความแม่นยำ การถ่ายโอนการเรียนรู้ โดยการสรุป การย้ำ การทบทวน


3. มีการกล่าวถึงความหมายของ  สื่อการสอนประเภท  วัสดุ  ว่าเป็น  สิ่งหรือวัสดุสิ้นเปลือง  ท่านมีความเห็นว่าอย่างไร

ตอบ ผมมีความคิดว่า สื่อการสอนประเภท  วัสดุ  ว่าเป็น  สิ่งหรือวัสดุสิ้นเปลืองนั้น มีส่วนที่เป็นความจริงบางส่วน เพราะ มีสื่อการสอนบางชนิดใช้แล้วจำเป็นต้องหมดไป หรือใช้ต่ออีกไม่ได้ และวัสดุบางชนิดก็ใช้ได้คงทนถาวร ใช้ซ้ำไปซ้ำมาได้เสมอ แต่สื่อการสอนบางชนิดสิ้นเปลืองบางชนิด ก็อาจสามารถนำมารีไซเคิล แปรรูปเป็นวัสดุใหม่ นำกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อได้อีก แต่ก็ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของวัสดุนั้นๆ ว่าเหมาะที่จะนำมารีไซเคิลได้อีกหรือไม่ ซึ่งหากวัสดุสิ้นเปลืองเหล่านี้ถูกนำมาใช้ให้เหมาะสมและเกิดคุณค่า เช่น ใช้ในทางการศึกษา วัสดุสิ้นเปลืองเหล่านี้ก็ถือว่า ไม่เป็นวัสดุสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ ไม่เปล่าประโยชน์ ดังนั้นแล้วสื่อการสอนที่เป็นวัสดุประเภทสิ้นเปลือง ควรรู้จักนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และรู้คุณค่าของมัน

4. กรวยประสบการณ์ของ Edgar Dale  แบ่งสื่อการสอนโดยยึดหลักอะไร / สรุปสาระสำคัญ

ตอบ แบ่งสื่อการสอนออกเป็น 11 ประเภท โดยยึดประสบการณ์การเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นหลัก ได้แก่

1. ประสบการณ์ตรง ซึ่งเป็นขั้นที่เป็นรูปธรรมมากที่สุด เพราะผู้เรียนได้รับประสบการณ์จากของจริง สถานที่จริง

2. ประสบการณ์รอง ผู้เรียนเรียนจากสิ่งที่ใกล้เคียงกับความจริงที่สุด

3.ประสบการณ์นาฏกรรมหรือการแสดง เป็นการแสดงบทบาทสมมติ หรือการแสดงละคร

4. การสาธิต เป็นการแสดงหรือกระทำประกอบคำอธิบาย

5. การศึกษานอกสถานที่ ให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ภายนอกที่เรียน

6. นิทรรศการ เป็นการจัดแสดงสิ่งของต่างๆ การจัดป้ายนิเทศ

7.โทรทัศน์ ใช่ส่งได้ทั้งระบบวงจรเปิดหรือวงจรปิด การสอนจะเป็นการสอนสดหรือบันทึกลงบนวีดิทัศน์

8. ภาพยนตร์ เป็นภาพที่บันทึกเรื่องราวเหตุการณ์ลงบนฟิล์ม

9. การบันทึกเสียง วิทยุ ภาพนิ่ง เป็นการฟังหรือดูภาพโดยไม่ต้องอ่าน

10. ทัศนสัญลักษณ์ เช่น แผนภูมิ แผนที่ แผนสถิติ

11. วจนสัญลักษณ์ ซึ่งเป็นขั้นนามธรรมมากที่สุด ได้แก่ ตัวหนังสือ เสียงพูด

5. สื่อการสอนตามลักษณะภายนอกและคุณสมบัติของสื่อการสอน แบ่งได้กี่ประเภท อะไรบ้าง

ตอบ 3  ประเภท ได้แก่

1.สื่อที่ไม่ต้องฉาย  (non  projected  material)

2.สื่อที่ต้องฉาย  (projected  material)

3.สื่อที่เกี่ยวกับเสียง  (Audio material )

6. สื่อการสอนที่แบ่งตามแนวคิดของเทคโนโลยีการศึกษามีอะไรบ้าง จงอธิบาย

ตอบ  1.วัสดุ  -  สื่อที่ผลิตขึ้น  เช่น  รูปภาพ  แผนภูมิ

         2.อุปกรณ์  -  เครื่องมืออุปกรณ์  สำเร็จรูป  ทั้งที่สามารถใช้ได้ด้วยตนเอง  เช่น  หุ่นจำลอง  และสื่อที่ต้องใช้ร่วมกับวัสดุ  เช่น  วีดิทัศน์  สไลด์

        3.วิธีการ  -  กิจกรรม  เกม  ศูนย์การเรียน  ทัศนศึกษา  สถานการณ์จำลอง  แหล่งความรู้ชุมชน

7. วัสดุกราฟิกหมายถึงอะไร

ตอบ วัสดุกราฟิกหมายถึง วัสดุใดๆ ซึ่งแสดงความจริง แสดงความคิดอย่างชัดเจน โดยใช้ภาพวาด ภาพเขียน ภาพถ่าย และอักษรข้อความรวมกัน

8. ตู้อันตรทัศน์ มีลักษณะเป็นอย่างไร
ตอบ เป็นแบบจำลองสภาพสิ่งต่างๆ ลงในตู้หรือในกล่อง โดยตกแต่งให้คล้ายสภาพที่แท้จริง เช่น สภาพหมู่บ้านในชนบท สภาพชีวิตใต้ทะเล หรือจาลองเรื่องราวตอนใดตอนหนึ่ง ในพุทธประวัติ เป็นต้น



9. หลักการใช้สื่อการสอนประเภทวัสดุสามมิติต้องทำอย่างไร

ตอบ 1.เตรียมตัวครูและสถานที่ ทดลองใช้วัสดุสามมิติก่อนนาไปใช้จริงเตรียมการแก้ปัญหาอันอาจเกิดขึ้นในการใช้จริง 
       2.เปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการใช้หรือสัมผัส ของจริงของตัวอย่างหรือหุ่นจาลองด้วยตนเอง
      3.ผู้เรียนสามารถมองเห็นได้ชัดเจนและทั่วถึง
      4.ควรใช้ร่วมกับสื่อการเรียนการสอนชนิดอื่นๆที่ช่วยเสริมสร้างความเข้าใจในการเรียนรู้ของผู้เรียนให้ดียิ่งขึ้น              
      5.การนาเสนอสื่อการสอนประเภทวัสดุสามมิติ อาจกระทำได้
               5.1 แสดงให้ดูพร้อมกันทั้งชั้น
               5.2 มอบให้ผู้เรียนดูเป็นกลุ่มเล็กๆ
               5.3 มอบให้ผู้เรียนนาไปศึกษารายละเอียดเป็นรายบุคคล


10. ให้นิสิตหาภาพตัวอย่างวัสดุกราฟิก แต่ละประเภท

ตอบ

         แผนภาพ                  แผนสถิติ                 

 


              แผนภูมิ                 การ์ตูน                                 
  


       ภาพโฆษณา                     ลูกโลก             

                   

       แผนที่


11. วัสดุกราฟิกมีความสำคัญต่อการศึกษาอย่างไร

ตอบ เป็นสื่อการสอนที่สื่อถึงเรื่องราวต่าง ๆ โดยใช้เส้น ภาพวาด ภาพถ่าย และสัญลักษณ์ ที่ใกล้เคียงความเป็นจริง แทนคาพูดซึ่งอาจ อยู่ในรูปแบบของแผนที่ แผนภาพ ภาพโฆษณา ภาพถ่าย การ์ตูน และแผนสถิติ เป็นต้น

วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2555

กิจกรรมครั้ง ที่ ๓ หลักทฤษฎีการสื่อสารกับเทคโนโลยีการศึกษา การบ้านวันที่ 18-24 มิ.ย. 2555


ารบ้านวันที่ 18-24 มิ.ย. 2555

1. ประเภทของสื่อเทคโนโลยีการศึกษาที่แบ่งตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ได้กี่ประเภทอะไรบ้าง
ตอบ  4 ประเภท ได้แก่
1. สื่อโสตทัศน์
2. สื่อมวลชน
3. สื่ออิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม รวมคอมพิวเตอร์
4. สื่อที่เป็นแหล่งวิทยาการ เช่น หอสมุด ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ เป็นต้น

2. ประเภทของสื่อเทคโนโลยีการศึกษาที่แบ่งตามลักษณะทั่วไปได้กี่ประเภท อะไรบ้าง จงหาภาพมาประกอบ
ตอบ     3 ประเภท ได้แก่
1.สื่อประเภทใช้เครื่องฉาย (projected aids)
2. สื่อประเภทไม่ใช้เครื่องฉาย (nonprojected aids) เช่น รูปภาพ แผนภูมิ แผนสถิติ ของจริง ของจาลอง เป็นต้น
3. สื่อประเภทเครื่องเสียง (Audio aids)  เช่น  เทปเสียง แผ่นซีดี วิทยุ เป็นต้น
3. ประเภทของเทคโนโลยีการศึกษาที่แบ่งตามประสบการณ์ เป็นของนักการศึกษาท่านใด และมีการจัดประสบการณ์จากนามธรรมไปสู่รูปธรรมโดยเริ่มต้นจากประสบการณ์ใดไปประสบการณ์ใดจงอธิบาย
ตอบ   เป็นของ Edgar Dale โดยเริ่มต้นจาก ประสบการณ์ตรง ประสบการณ์รอง ประสบการณ์
นาฎการหรือการแสดง การสาธิต การศึกษานอกสถานที่ นิทรรศการ โทรทัศน์ ภาพยนตร์

การบันทึกเสียง ทัศนสัญลักษณ์ วจนสัญลักษณ์

4. การสื่อสารหมายถึงอะไร
ตอบ   -   เป็นกระบวนการถ่ายทอด/แลกเปลี่ยนเรื่องราว  ความต้องการ  ความคิดเห็น  ความรู้สึก ระหว่างผู้ส่ง-ผู้รับ  ผ่านสื่อ  ช่องทาง
-   ระบบเพื่อการติดต่อ  รับส่งข้อมูล  ซึ่งกันและกัน

5. สื่อและเทคโนโลยีการศึกษาเป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารในองค์ประกอบใด จงอธิบาย
ตอบ   เป็นส่วนหนึ่งของ สื่อหรือช่องทาง (Media or Channel) เพราะสื่อและเทคโนโลยีการศึกษาเปรียบเสมือนสิ่งที่เป็นพาหนะของสาร  ทำหน้าที่นำสารจากผู้ส่งสารไปยังผู้รับสาร   ผู้ส่งสารต้องอาศัยสื่อหรือช่องทางทำหน้าที่นำสารไปสู่ผู้รับสาร  
           การแบ่งประเภทของสื่อมีหลากหลายต่างกันออกไป



6. จงเขียนแบบจำลองของการสื่อสารของเดวิดเบอร์โล มาพอเข้าใจ
ตอบ  

7. อุปสรรคของการสื่อสารมีอะไรบ้าง
ตอบ   1. คำพูด (Verbalisn)
 2. ฝันกลางวัน (Day Dreaming)
 3. ข้ออ้างถึงที่ขัดแย้ง (Referent Confusion)
 4. การรับรู้ที่จำกัด (Limited Perception)
 5. สภาพแวดล้อมทางกายภาพไม่เอื้ออำนวย (Physical Discomfort)
 6. การไม่ยอมรับ (Inperception)

8. บทเรียน e-Learning เป็นส่วนใดขององค์ประกอบของการสื่อสาร
ตอบ   เป็นสื่อหรือช่องทาง

9. ครูบอยกำลังสอนเนื้อหาวิชาภาษาอังกฤษเรื่อง Grammar ด้วยวีดิทัศน์กับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 จากข้อความดังกล่าวให้นิสิตเขียนแบบจำลองการสื่อสารของเดวิดเบอร์โล
ตอบ  

10. การปฐมนิเทศนิสิตใหม่ ณ หอประชุมธำรงบัวศรี เป็นการสื่อสารประเภทใด
ตอบ   การสื่อสารแบบกลุ่มใหญ่


วันอังคารที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2555

บทความที่ 2 ความหมายของนวัตกรรมและเทคโนโล​ยีการศึกษา

"ความหมายของนวัตกรรมและเทคโนโล​ยีการศึกษา"

นวัตกรรมการศึกษา

   นวัตกรรม (Innovation) เป็นคำที่คณะกรรมการพิจารณาศัพท์วิชาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ บัญญัติขึ้นเดิมใช้ นวกรรม มาจากคำกริยาว่า Innovate มาจากรากศัพท์ ภาษาอังกฤษว่า Inovare (in(=in)+novare= to renew, to modify) และnovare มาจากคำว่า novus (=new)

Innovate แปลตามรูปศัพท์ได้ว่า "ทำใหม่,เปลี่ยนแปลงโดยนำสิ่งใหม่ๆ เข้ามา "Innovation = การทำสิ่งใหม่ๆ สิ่งใหม่ๆ ที่ทำขึ้นมา (International Dictionary)

นวัตกรรม (Innovation) หมายถึง การนำสิ่งใหม่ ๆ อาจเป็นแนวความคิด หรือ สิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆที่ยังไม่เคยมีใช้มาก่อนหรือเป็นการพัฒนาดัดแปลงจากของเดิมที่มีอยู่แล้วให้ทันสมัยและได้ผลดีมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงกว่าเดิม ทั้งยังช่วยประหยัดเวลาและแรงงานได้ด้วย

นวัตกรรมทางการศึกษา (Educational Innovation) หมายถึง การนำเอาสิ่งใหม่ซึ่งอาจจะอยู่ในรูปของความคิดหรือการกระทำรวมทั้งสิ่งประดิษฐ์ก็ตามเข้ามาใช้ในระบบการศึกษาเพื่อมุ่งหวังที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งที่มีอยู่เดิมให้ระบบการจัดการศึกษามีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นทำให้ผู้เรียนสามารถเกิดการเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วเกิดแรงจูงใจในการเรียนและช่วยให้ประหยัดเวลาในการเรียน เช่น การสอนใช้คองพิวเตอร์ช่วย การใช้วีดิทัศน์เชิงโต้ตอบ(Interactive Video) สื่อหลายมิติ (Hypermedia) และอินเตอร์เน็ต เหล่านี้เป็นต้น

นวัตกรรม แบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ 

 

ระยะที่ 1 มีการประดิษฐ์คิดค้น (Innovation) หรือเป็นการปรุงแต่งของเก่าให้เหมาะสมกับกาลสมัย

ระยะที่ 2 พัฒนาการ (Development) มีการทดลองในแหล่งทดลองจัดทำอยู่ในลักษณะของโครงการทดลองปฏิบัติก่อน (Pilot Project)

ระยะที่ 3 การนำเอาไปปฏิบัติในสถานการณ์ทั่วไป ซึ่งจัดว่าเป็นนวัตกรรมขั้นสมบูรณ์

หลักเกณฑ์ประกอบการพิจารณาว่าสิ่งใดคือ นวัตกรรม


1. เป็นสิ่งใหม่ทั้งหมดหรือบางส่วน

2. มีการนำวิธีการจัดระบบ (System Approach) มาใช้พิจารณาองค์ประกอบทั้งส่วน ข้อมูลที่ใช้เข้าไปในกระบวนการและผลลัพธ์ให้เหมาะสมก่อที่จะทำการเปลี่ยนแปลง

3. มีการพิสูจน์ด้วยการวิจัยหรืออยู่ระหว่างการวิจัยว่าจะช่วยให้ดำเนินงานบางอย่างมีประสิทธิภาพสูงขึ้น

4. ยังไม่เป็นส่วนหนึ่งในระบบงานปัจจุบัน

เทคโนโลยีการศึกษา

 

   คำว่า "เทคโนโลยี”(Technology) มาจากรากศัพท์ "Technic" หรือ "Techno" ซึ่งมีความหมายว่า วิธีการ หรือการจัดแจงอย่างเป็นระบบ รวมกับ "logy" ซึ่งแปลว่า “ศาสตร์” หรือ “วิทยาการ” ดังนั้น คำว่า "เทคโนโลยี" ตามรากศัพท์จึงหมายถึง ศาสตร์ว่าด้วยวิธีการหรือศาสตร์ที่ว่าด้วยการจัดการ หรือการจัดแจงสิ่งต่าง ๆ เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดระบบใหม่และเป็นระบบที่สามารถนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์หรือเจตนารมณ์ที่ตั้งใจไว้ได้ ซึ่งก็มีความหมายตรงกับความหมายที่ปรากฏในพจนานุกรม คือ วิทยาศาสตร์ประยุกต์ ดังนั้น เทคโนโลยีการศึกษาจึงเป็นการจัดแจงหรือการประยุกต์หลักการทางวิทยาศาสตร์กายภาพมาใช้ในกระบวนการของการศึกษา ซึ่งเป็นพฤติกรรมศาสตร์ โครงสร้างมโนมติของเทคโนโลยีการศึกษาจึงต้องประกอบด้วย มโนมติทางวิทยาศาสตร์กายภาพ มโนมติทางพฤติกรรมศาสตร์ โดยการประสมประสานของมโนมติอื่นที่เกี่ยวข้อง ตัวอย่างเช่น การประยุกต์หลักการทางวิทยาศาสตร์กายภาพทางวิศวกรรมและทางเคมีได้เครื่องพิมพ์และหมึกพิมพ์ สามารถผลิตหนังสือตำราต่างๆ ได้ และจากการประยุกต์หลักพฤติกรรมศาสตร์ทางจิตวิทยา จิตวิทยาการเรียนรู้ ทฤษฎีการเรียนรู้และหลักความแตกต่างระหว่างบุคคล ทำให้ได้เนื้อหาในลักษณะเป็นโปรแกรมขั้น ย่อย ๆ จากง่ายไปหายาก เมื่อรวมกันระหว่างวิทยาศาสตร์กายภาพและพฤติกรรมศาสตร์ในตัวอย่างนี้ ทำให้เกิดผลิตผลทางเทคโนโลยีการศึกษาขึ้น คือ "ตำราเรียนแบบโปรแกรม"

อีกตัวอย่างหนึ่งการประยุกต์วิทยาศาสตร์กายภาพเกี่ยวกับแสง เสียงและอิเล็กทรอนิกส์บนพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ ใช้ระบบเลขฐานสองทำให้ได้เครื่องคอมพิวเตอร์ เมื่อประสมประสานกับผลการประยุกต์ทาง พฤติกรรมศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับจิตวิทยาการเรียนรู้ ทฤษฎีการเรียนรู้ หลักความแตกต่างระหว่างบุคคล หลักการวิเคราะห์งาน และทฤษฎีสื่อการเรียนการสอนแล้วทำให้ได้ผลผลิตทางเทคโนโลยีการศึกษา คือ คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer Assisted Instruction: CAI)

จากข้อพิจารณาดังกล่าวข้างต้นจะเห็นได้ว่า ความหมายของเทคโนโลยีการศึกษามีสองลักษณะที่เน้นหนักแตกต่างกัน คือ

 

1. เทคโนโลยีการศึกษา หมายถึง การประยุกต์หลักการวิทยาศาสตร์กายภาพและวิศวกรรมศาสตร์ให้เป็นวัสดุ เครื่องมือ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่สามารถนำมาใช้ในการเสนอ แสดง และถ่ายทอดเนื้อหาทางการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความหมายนี้พัฒนามาจากความคิดของกลุ่มนักโสต-ทัศนศึกษา

2. เทคโนโลยีการศึกษามีความหมายโดยตรงตามความหมายของเทคโนโลยี คือ ศาสตร์แห่งวิธีการ หรือการประยุกต์วิทยาศาสตร์มาใช้ในการศึกษา โดยคำว่า”วิทยาศาสตร์”ในที่นี้มุ่งเน้นที่วิชาพฤติกรรมศาสตร์ เพราะถือว่าพฤติกรรมศาสตร์เป็นวิทยาศาสตร์แขนงหนึ่งเช่นเดียวกับวิชาฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา เป็นต้น


เทคโนโลยีการศึกษามีความสำคัญและมีความจำเป็นที่เด่นชัดในปัจจุบันนี้ คือ การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆ มาใช้ในกระบวนการศึกษาด้วยเหตุผลสำคัญดังต่อไปนี้


1. ความเจริญอย่างรวดเร็วทางด้านวิชาการต่างๆ ของโลก โดยเฉพาะระยะหลังสงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา วิทยาการใหม่ ๆ และสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ ได้ถูกค้นคิดประดิษฐ์ขึ้นมาใช้ในสังคมมากมายเป็นทวีคูณ ซึ่งมีผลโดยตรงต่อการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวทางด้านหลักสูตรการเรียนการสอนของสถานศึกษา และส่งผลเป็นลูกโซ่ต่อไปถึงปัญหาการเรียนการสอน การเลือกโปรแกรมและการทำความเข้าใจกับเนื้อหาสาระใหม่ๆ ของนักเรียน ความรุนแรงและความสลับซับซ้อนของปัญหาเหล่านี้มีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปริมาณเนื้อหาวิชาการใหม่ ๆ มีมากมายเกินความสามารถของผู้เกี่ยวข้อง จะเลือกบันทึกจดจำและนำเสนอในลักษณะเดิมได้ จึงมีความจำเป็นต้องใช้เครื่องมือทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสมกับสถานการณ์เข้ามาช่วย เช่น การเสนอข้อมูลทางวิชาการโดยเทปบันทึกเสียง เทปบันทึกภาพ ไมโครฟอร์ม และแผ่นเลเซอร์ การแนะแนวการเรียนโดยระบบคอมพิวเตอร์ เป็นต้น

2. การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสังคม ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากพัฒนาการทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีดังกล่าวมาแล้ว มีผลกระทบโดยตรงต่อการดำรงชีวิต การปรับตัว และพัฒนาการของนักเรียน การแนะแนวส่วนตัวและสังคมแก่นักเรียน จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสมกับสถานการณ์นั้น ๆ จึงจะสามารถให้บริการครอบคลุมถึงปัญหาต่าง ๆ ได้

3. ลักษณะสังคมสารสนเทศหรือสังคมข้อมูลข่าวสาร ซึ่งเป็นผลมาจากพัฒนาการทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีโทรคมนาคม ทำให้ข่าวสารทุกรูปแบบ คือ เสียง ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว กราฟฟิก และข้อมูลคอมพิวเตอร์สามารถถ่ายทอดและส่งถึงกันได้อย่างรวดเร็วทุกมุมโลก สังคมในปัจจุบันและอนาคตจะเป็นสังคมที่ท่วมท้นด้วยกระแสข้อมูลและข่าวสาร

ข้อมูลและข่าวสารจำนวนมหาศาลจะอยู่ที่ความต้องการของผู้ใช้อย่างง่ายดายมาก ความจำเป็นที่สถานศึกษาจะต้องเป็นแหล่งให้ข้อมูลข่าวสารจะหมดความสำคัญลง การแนะแนวในสถานศึกษาจะต้องเปลี่ยนบทบาทจากการทำตัวเป็นแหล่งให้ข้อมูลมาเป็นการแนะแหล่งข้อมูล แนะนำการเลือกและการใช้ข้อมูลในการแก้ปัญหาและการคิดสร้างสรรค์ ซึ่งบทบาทอย่างนี้จะทำให้สำเร็จได้ยากหากไม่สามารถใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเชื่อมต่อกับระบบสารสนเทศในปัจจุบัน


บทความที่ 1 ความใฝ่ฝันกับการเรียนเทคโนโลยีการศึกษา

ความใฝ่ฝันกับการเรียนเทคโนโลยีการศึกษา...


            ครู คือ ผู้ที่มีความสามารถให้คำแนะนำ เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางการเรียน สำหรับนักเรียน หรือ นักศึกษาในสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ทั้งของรัฐและเอกชน มีหน้าที่ หรือมีอาชีพในการสอนนักเรียน เกี่ยวกับวิชาความรู้ หลักการคิดการอ่าน รวมถึงการปฏิบัติและแนวทางในการทำงาน โดยวิธีในการสอนจะแตกต่างกันออกไปโดยคำนึงถึงพื้นฐานความรู้ ความสามารถ และเป้าหมายของนักเรียนแต่ละคน

คำว่า "ครู" มาจากศัพท์ภาษาสันสกฤต "คุรุ" และภาษาบาลี "ครุ, คุรุ"

ครูในระดับต่ำกว่าอุดมศึกษา

ครูประจำชั้น

   ครูประจำชั้น หมายถึง ครูผู้ดูแลนักเรียนในห้องเรียนหรือชั้นเรียนหนึ่ง ๆ เป็นเวลาหนึ่งภาคเรียนหรือหนึ่งปีการศึกษา พร้อมทั้งทำหน้าที่ธุรการประจำห้องเรียน
ในอดีตความสัมพันธ์ของครูประจำชั้นจะเปรียบเสมือนผู้ปกครองคนที่สอง ต้องคอยดูแลเอาใจใส่ อบรมสั่งสอน ช่วยแก้ปัญหา และเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับบ้าน อันเป็นผลทำให้ครูและโรงเรียนได้รับความศรัทธาพร้อมทั้งมีบุญคุณต่อนักเรียนและครอบครัว
ระบบการศึกษาส่วนใหญ่ในโรงเรียนทั่วโลกมีการนักเรียนออกเป็นชั้น ๆ เป็นห้อง ๆ เพื่อความสะดวกต่อการเรียนการสอน และการดูแลปกครอง รวมทั้งทำกิจกรรมอื่น ๆ โดยเรียกเรียกว่า "ห้องเรียน" หรือ "ชั้นเรียน" (Classroom) และเรียกเพื่อนร่วมชั้นเรียนเดียวกันว่า "เพื่อนร่วมชั้น" (Classmate)

ครูในระดับอุดมศึกษา

   ผู้สอนในวิทยาลัย มหาวิทยาลัย หรือระดับอุดมศึกษา จะมีตำแหน่ง อาจารย์ โดยอาจารย์ที่ได้รับตำแหน่งทางวิชาการ ได้แก่ อาจารย์, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ ตามลำดับ การได้รับตำแหน่งทางวิชาการเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา
   ตำแหน่งครู คือบุคคลที่ทำหน้าที่ช่วยสอน สอนทบทวน สอนภาคปฏิบัติ แตกต่างจากอาจารย์ที่ สอนภาคบรรยายเรื่องต่าง ๆ

ครูผู้ดูแลระบบจัดการโรงเรียน

   ครูที่ทำหน้าที่ดูแลระบบทั้งโรงเรียนจะเรียกว่า ครูใหญ่ ซึ่งคล้ายคลึงกับคณบดี หรืออธิการบดี ในระดับอุดมศึกษา โดยหน้าที่ของครูใหญ่มักจะทำหน้าที่ดูแลระบบการจัดการของโรงเรียนมากกว่าการสอนในห้องเรียน ต่อมาเป็นตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา ทำหน้าที่บริหารสถานศึกษา


มาตรฐานเทคโนโลยีการศึกษาสำหรับครู

 

1. ช่วยผู้เรียนเรียนรู้ได้ง่าย และเสริมสร้างแรงบันดาลใจ และความคิดสร้างสรรค์ ให้แก่ผู้เรียน
ครูเป็นผู้อำนวยความสะดวกและสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้เรียน.
ครูจะใช้ความรู้ที่มีเพื่อใช้ในการเรียนการสอน และเทคโนโลยีเป็นตัวอำนวยความสะดวกเพื่อสร้างประสบการณ์ให้กับผู้เรียน. เกิดความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรมจะก่อให้เกิดการเรียนแบบเผชิญหน้า และการเรียนแบบเสมือนจริง ครูต้องมีความสามารถ :
ก. ส่งเสริม, สนับสนุน การคิดแบบสร้างสรรค์และนวัตกรรม และความคิดใหม่ๆ
มีส่วนร่วมกับนักเรียนในการสำรวจจากสภาพจริง และใช้เครื่องมือดิจิตอลในการแก้ปัญหา และใช้เป็นทรัพยากร.
ค ส่งเสริมนักเรียนด้วยการเสริมแรง และใช้เครื่องมือร่วมกันในการแสดงความคิดเห็นร่วมกัน เพื่อเปิดเผยและแจกแจงมโนภาพ ของนักเรียนเกี่ยวกับ ความเข้าใจและความคิดการวางแผนและสร้างสรรค์กระบวนการ.
รวมกันสร้างองค์ความรู้ โดยการเรียนรู้กับเพื่อนร่วมงาน และคนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้แบบเผชิญหน้า และสภาพแวดล้อมเสมือน.

2. ออกแบบและพัฒนาในการเรียนรู้ ยุคดิจิตอล การเรียนรู้จากประสบการณ์และการประเมินผล
ครูเป็นผู้ออกแบบพัฒนาและประเมินผลการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงและการประเมินผลร่วมกัน เครื่องมือและทรัพยากรเพื่อเพิ่มเนื้อหาในบริบทเรียนรู้และพัฒนาความรู้ทักษะและทัศนคติระบุไว้ใน NETS • S. ครูต้องมีความสามารถ :
ก. ออกแบบหรือปรับปรุงที่เกี่ยวข้องประสบการณ์การเรียนรู้ที่รวบรวม เครื่องมือดิจิตอล และทรัพยากรที่จะ ส่งเสริมให้นักเรียนเรียนรู้และความคิดสร้างสรรค์
ข. พัฒนาเทคโนโลยีที่ได้ทำให้ เกิดการเรียนรู้ที่ดีขึ้น จากสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบๆนักเรียนทุกคนเพื่อติดตามความอยากรู้ และเป็นที่ใช้งานร่วมในการตั้งค่าของตนเองศึกษาเป้าหมายการจัดการการเรียนรู้ของพวกเขาเองและประเมินความคืบหน้าของตัวเอง.
ค ปรับและแต่งกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้ส่วนบุคคลที่อยู่ของนักเรียนเรียนรู้หลากหลาย ลีลาการเรียนรู้ กลยุทธ์การทำงาน และความสามารถในการใช้ เครื่องมือดิจิตอล และทรัพยากร.
ง จัดผู้เรียนด้วยวิธีการที่หลากหลาย มีรูปแบบ formative and summative ในการประเมินผลกับ เนื้อหาและมาตรฐานด้านเทคโนโลยี รวมถึงการใช้ข้อมูลเพื่อจัดเรียนการสอน.

3. การเรียนรู้ ยุคของดิจิตอล และ การทำงาน
ครูต้องแสดงความรู้และทักษะกระบวนการทำงาน และเป็นแบบอย่างในการใช้นวัตกรรมอย่างมืออาชีพ ใน สังคมโลกดิจิตอล ครูต้องมีความสามารถ :
ก. สามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างความคล่องแคล่ว และสามารถถ่ายทอดความรู้และยอมรับเทคโนโลยีและสถานการณ์. ใหม่ๆ
ข. มีส่วนร่วมกับผู้เรียน ,เป็นเพื่อน, เป็นบิดามารดา รวมถึงเป็นสมาชิกในการใช้เครื่องมือดิจิตอล และนวัตกรรมต่างๆ. เป็นทรัพยากรเพื่อให้นักเรียนประสบความสำเร็จ
ค การสื่อสารข้อมูลที่เกี่ยวข้องและมีประสิทธิภาพแนวคิดเพื่อนักเรียนบิดามารดาและ เพื่อน ใช้ หลากหลายดิจิตอล-อายุสื่อและรูปแบบ.
ง รูปแบบ ที่มีประสิทธิภาพและอำนวยความสะดวกใช้เครื่องมือดิจิตอล เพื่อค้นหา, วิเคราะห์, ประเมิน และการใช้ สารสนเทศเป็นเครื่องมือ เพื่อสนับสนุนการวิจัยและการเรียนรู้.

4. ส่งเสริมและ Citizenship และความรับผิดชอบ
ครูเข้าใจท้องถิ่นทั่วโลกและปัญหาสังคมและความรับผิดชอบในการพัฒนาดิจิตอลวัฒนธรรมและ แสดงพฤติกรรมทางกฎหมายและจริยธรรมในการปฏิบัติวิชาชีพ. ครู:
ก. เป็นผู้ให้การสนับสนุน , และสอนถึงปลอดภัย, กฎหมาย และจริยธรรม ในการใช้ข้อมูลดิจิทัลและเทคโนโลยี รวมถึงการเคารพกฎหมายลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญาและเอกสารประกอบการที่เหมาะสม
ข. จัดรูปแบบการเรียนที่หลากหลาย โดยให้ผู้เรียนเป็นเรียนศูนย์กลาง ใช้กลยุทธ์ให้เหมาะสมในการเข้าถึง ดิจิตอลเครื่องมือและทรัพยากร.
ค ส่งเสริม และสนับสนุนการใช้ดิจิตอลอย่างมีมารยาท และรับผิดชอบ ต่อสังคมที่เกี่ยวข้องกับการเทคโนโลยีและข้อมูล.
ง พัฒนา และมีความเข้าใจรูปแบบวัฒนธรรม และตระหนักต่อเพื่อนร่วมงาน และ นักเรียนที่แตกต่างทางวัฒนธรรม โดยใช้ดิจิตอล-อายุการสื่อสารและการทำงานร่วมกันเครื่องมือ.

5. ชักชวนผู้เชี่ยวชาญในการเติบโตและความเป็นผู้นำ
ครูต่อเนื่องปรับปรุงและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เป็นมืออาชีพ ในการเรียนรู้ตลอดชีวิตและเป็นผู้นำ ในโรงเรียน และเป็นผู้เชี่ยวชาญในชุมชนอย่างมืออาชีพ ด้วยการส่งเสริมในการใช้ดิจิตอลอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้ เครื่องมือและทรัพยากร. ครูต้องมีความสามารถ :
ก. มีส่วนร่วมในท้องถิ่นและโลกของการเรียนรู้ เพื่อสำรวจการใช้เทคโนโลยี อย่าง ในการปรับปรุงการเรียนของนักเรียน.
ข. แสดงความเป็นผู้นำ โดยที่แสดงให้ถึงเห็นวิสัยทัศน์ในการใช้เทคโนโลยี, เข้าร่วมในการตัดสินใจการใช้งานร่วมกัน และการพัฒนาความเป็นผู้นำในการใช้เทคโนโลยีและทักษะอื่น.ๆ
ค ประเมิน และสะท้อนในปัจจุบันการวิจัยและการฝึกอาชีพเป็นประจำเพื่อให้ ที่มีประสิทธิภาพการใช้งานที่มีอยู่และฉุกเฉินดิจิตอลเครื่องมือและทรัพยากรในการสนับสนุนการเรียนรู้ของนักเรียน.
ง มีส่วนช่วยให้เกิดประสิทธิผล, กำลังใจ, และการเริ่มต้นด้วยเทคนิควิธีการใหม่ๆ แก่โรงเรียนและชุมชน.